ตั้งแต่ Pentagon หรือกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกมาแผยแพร่รูปภาพ UFO และ UAP หรือ ปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติ (Unidentified Anomalous Phenomena) ครั้งแรกวันที่ 8 พฤษภาคม และครั้งที่ 2 วันที่ 22 พฤษภาคม 2026 ทั้งสองครั้ง จุดพลุ หุ้นที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจอวกาศ ทุกตัว ขึ้นตั้งแต่ 30-100% ภายในไม่ถึง 1 เดือน


หุ้น Redwire ผู้ผลิตโครงสร้างพื้นฐานทางอวกาศ ผลิต Solar Cell บนดาวเทียม

ขึ้น +130% จากวันที่ 8 พฤษภาคม 2026

หุ้น Intuitive Machines ผู้นำยานสำรวจลงจอดบนดวงจันทร์ +82%

หุ้น RocketLab ของ ท่าน Peter Beck ผู้ให้บริการปล่อยจรวด และอื่นๆ ขึ้น +69%

หุ้น ASTS ขึ้น IRDM ขึ้น PL ขึ้น +89%



เพื่อนๆน่าจะมีคำถามสงสัยว่า แล้วเราจะซื้อทันเขาไหม

ถ้าตามข่าว ก็จะรู้ว่าช่วงนี้ SpaceX บริษัทธุรกิจอวกาศของ Elon Musk ก็กำลังจะ IPO เร็วๆนี้ด้วย ยิ่งเป็นการ จุดกระแส หุ้นกลุ่มธุรกิจอวกาศทั้งกระดาน เติมไฟ เข้าไปอีก


ดูเผลินๆ แล้วเวลามันช่างเหมาะจริงๆที่ Pentagon ปล่อยข่าวเพื่อเอาหุ้นกลุ่มนี้ทั้งกระดานขึ้น เพื่อเตรียมตัวทำราคา SpaceX ให้มูลค่าให้แตะราคาที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้


หลายสำนักวิเคราะห์ว่า SpaceX จะ IPO ด้วย มูลค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่ 1.75 – 2 ล้านล้านดอลลาร์ มากขนาดไหน ขนาดที่ติดอับดับ Top 10 มูลค่าสินทรัพย์ที่มากที่สุดในโลกได้ทั้งที่พึ่งเข้าตลาดมา อ้างอิงจากเว็บ CompaniesMarketcap.com



ทั้งๆที่ SpaceX ราคาหุ้นต่อรายได้ (Price-to-Sales Ratio) อยู่ที่ 90-100 เท่า

นี่คือหุ้นที่อยู่ในภาวะ Extreme Bull Case อย่าง Palentir ที่เคยมีอัตราส่วน Price-to-Sales สูงกว่า 100 เท่าในช่วงสิงหาคม ปี 2025 จากอัตรากำไรที่เติบโตแบบก้าวกระโดด


แต่ราคาแบบนี้ มักอยู่ได้ไม่นาน เพราะมันเป็นการเติบโตที่ไม่สมเหตุสมผล ไม่ได้คำนึงถึง ผู้เล่นคนใหม่ คู่แข่งที่จะเข้ามา อุปสรรคของธุรกิจต่างๆ และมักจะลงในท้ายที่สุด ในกรณีของ Palentir ราคาหุ้นลง 40% จากจุดสูงสุดที่ 205$ มาเหลือ 135$ ในวันนี้


แล้วเราจะเกาะกระแสยังไง ทันไหม !?

ถ้าเอาตามวิชาการเงินที่นักลงทุนเรียนรู้ทั่วไป ก็คงบอกว่า ไม่ควรลงทุนระยะยาว ที่ราคานี้ เพราะดูเหตุผลประกอบหลายอย่างแล้วหุ้นกลุ่มนี้ขึ้นมาเพื่อดึง Momentum SpaceX ให้ตามเป้ามูลค่าตลาด 1.75-2 ล้านล้านดอลลาร์ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กัน ความเห็นส่วนตัว คือหุ้นกลุ่มนี้น่าจะขึ้นถึงเวลาที่ SpaceX IPO เพราะเหตุผลที่กล่าวข้างต้น คือตอนนี้อยู่ในช่วง ปั่นราคา (Price Manipulation)


เพราะฉะนั้น สำหรับคนที่ต้องการลงทุนหุ้นธุรกิจอวกาศ ระยะกลางถึงระยะยาว

แนะนำให้รอย่อตามแนวรับ ใช้ technical analysis เข้าไปช่วยดีกว่า และเก็บหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอวกาศ เก็บเป็น Watchlist เพื่อลงทุน Trend Continuation ต่อ


ส่วนคนที่ กลัวตกรถ ลงทุนใน ETF จะปลอดภัยต่อ ความเสี่ยงขาลง มากกว่า สามารถแบ่งเงินลงทุน DCA ธีมนี้ได้ ส่วนผู้ใดสงสัย อยากรู้ว่าหุ้นกลุ่มนี้มันจะไปต่อได้หรือไม่ และ มันจะไปไกลขนาดไหน เราจะพาไปส่อง โอกาส และ ความเสี่ยง ของหุ้นกลุ่มนี้กัน


ถ้าพูดถึง โอกาสของหุ้นกลุ่มนี้

คำพูดของ Elon Musk อาจทำให้เพื่อนๆเห็นภาพโดยรวมอย่างชัดเจน


Elon Musk มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัท SpaceX ได้ให้สัมภาษณ์บ่อยครั้งกับสื่อมวลชน ติดตลกว่า เขาเป็น มนุษย์ต่างดาว ! เขามี Vision ว่าต้องการทำดาวอังคาร ให้เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษยชาติ เพื่อป้องกันโลกใบนี้ที่ถูกทำลายจากอุตสาหกรรมหนัก??


การที่จะสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ของมนุษย์ เหมือนอพยพระดับดาวเคราะห์ ต้องมีอะไรบ้าง มันคือการขนส่งทุกอย่างบนโลกไปตั้งอาณานิคมใหม่ สร้างที่อยู่อาศัยใหม่ สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน ไฟฟ้า บรรยากาศใหม่ ฯลฯ เปรียบเสมือน การสร้าง โลกทั้งใบใหม่


มูลค่าจะขนาดไหน ก็ลองจินตนาการว่า จักรวาลกว้างใหญ่ขนาดไหน และด้วยจำนวนเงินที่หมุนในเศรษฐกิจแต่ละประเทศตอนนี้ มันจะมากพอขนาดที่จะส่งเสริมธุรกิจอวกาศที่โอกาสมหาศาลได้ไหม ถ้าตีความแบบนี้ ก็คงบอกได้ว่า โอกาสสำหรับธุรกิจอวกาศนี้ ไม่มีที่สิ้นสุด


แต่คำถามที่ตามมาคือ เราจะใช้ทรัพยากร เงินมหาศาล ขนาดนั้นได้ยังไงเพื่อขนย้ายมนุษย์ไปตั้งรกรากใหม่ที่ดาวอังคาร แค่ยานอวกาศลำหนึ่งก็แพงขนาดที่ประเทศไทยอย่างเราไม่สามารถนำเงินไปซื้อได้แล้ว จะย้ายยังไงเอ่ย ?? ต่อให้ SpaceX ดึงเงินทุกบริษัทจากนักลงทุน ที่ย้ายเงินออกจาก Nvidia, Microsoft, Google ไป SpaceX ก็คงไม่สามารถระดมทุนมากพอให้ทุกคนย้ายไปดาวอังคารเร็วๆนี้อยู่นี้


นี่เป็นเหตุผลที่เรามองว่า SpaceX ยังอยู่ในช่วงทดลองเทคโนโลยีใหม่ เพื่อทำให้การขนส่งอวกาศถูกลงกว่าเดิม จนทำให้ ฝันของ Elon Musk เป็นจริงได้ และมีแนวโน้มสูงที่นักลงทุนช่วงแรกจะขายหุ้นทำกำไรออกมา ความผันผวนจะสูง


เพราะฉะนั้น โอกาสที่เป็นไปได้สำหรับ SpaceX มันมาพร้อมกับความฝันที่เลื่อนลอย และความเสี่ยงที่จะไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างอาณานิคมใหม่สูงมาก ในรอบ 5-10 ปีข้างหน้า SpaceX อาจไม่ใช่ Pure-Play หุ้นอวกาศที่ดีในแง่นี้


แต่ไม่ใช่หุ้นทุกตัวที่มีลักษณะเป็นแบบนี้ ในกลุ่มธุรกิจอวกาศมีหลายประเภท และบางประเภทมี กำไร จากลูกค้าจริงๆแล้ว


ลูกค้าหลักๆในเศรษฐกิจอวกาศ แบ่งออกเป็น 3 พวก

พวกแรก ลูกค้ารายใหญ่ที่สุด และรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัททำธุรกิจด้านอวกาศมาจากลูกค้ากลุ่มนี้ นั่นก็คือ .. ลูกค้าภาครัฐและหน่วยงานความมั่นคงระดับประเทศ


ถ้าเป็นสหรัฐอเมริกา ก็ หน่วยงานอวกาศแห่งชาติ NASA, ยุโรปมีองค์กร ESA, CNSA ของรัฐบาลจีน ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของโครงการสำรวจอวกาศ การวิจัย และการจัดซื้ออุปกรณ์อวกาศขนาดใหญ่ ยุโรปและจีน ต่างก็มี ดาวเทียมสื่อสารบนอวกาศของตัวเอง เช่นเดียวกับ NASA ของสหรัฐฯ


ต่อมา ลูกค้าในอุตสาหกรรมอวกาศก็จะมี กระทรวงกลาโหมและหน่วยข่าวกรอง

เขาใช้ดาวเทียมสอดแนมและตรวจจับ เพื่อความมั่นคงของประเทศ

และสุดท้าย บริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือทั่วโลก ที่ต้องร่วมมือกับดาวเทียม

และลูกค้าภาคธุรกิจทั่วไป ที่ต้องบริโภค “ข้อมูลทางอวกาศ” เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศ แผนที่ความละเอียดสูง เพื่อใช้งานในองค์กร


ส่วนหุ้นในกลุ่มนี้ ปัจจุบัน ก็ยังถือว่าทำธุรกิจที่เล็กกว่าธุรกิจของ SpaceX มาก

และหลายบริษัทยังอยู่ในช่วงต้องการเงินทุนช่วยเหลือ ยังไม่สามารถสร้างกำไรเองได้ แต่บางบริษัทใหญ่ที่ทำด้านความมั่นคงระหว่างประเทศอย่าง Lockheed Martin, Northrop Grumman ก็มีภาคส่วนที่ทำงานเกี่ยวกับธุรกิจอวกาศนี้ด้วย


ทีนี้ก่อนเข้าสู่ส่วนของเรื่อง ลงทุน เราขอยกตัวอย่าง เศรษฐกิจอวกาศ ที่น่าสนใจอีกอันหนึ่ง ธุรกิจมาแรงอย่าง “เก็บขยะ ในอวกาศ


ความจริงก็คือ โลกของเรา ไม่ได้ดูใสสะอาดแบบ 50 ปีที่แล้ว

ปัจจุบัน ปัญหาขยะอวกาศ มีเยอะมาก ขนาดที่อาจเกิดความเสียหายถ้าแต่ละประเทศปล่อยดาวเทียมขึ้นไป มันเลยเป็นโอกาสให้ธุรกิจใหม่ เก็บขยะอวกาศ เกิดขึ้นมา



และถ้าดูจากกราฟจาก Statista ด้านล่างนี้ จะเห็นว่า ขยะมันสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความเร็วที่สูงขึ้น แบบ Exponential เลย



แต่ไม่ว่า เศรษฐกิจอวกาศ จะดู ตื่นตาตื่นใจ สำหรับพวกเราในฐานะที่เป็นมนุษย์มากแค่ไหนก็ตาม ยังไง พวกเรา ในฐานะนักลงทุน ก็หนีไม่พ้น ความเสี่ยงจาก การไม่กระจายความเสี่ยง จากการถือหุ้นธีมอวกาศแค่ตัวเดียว


อย่างข่าวเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2026 เกี่ยวกับโครงการ Artemis Program ที่ NASA มุ่งมั่นจะสร้างเศรษฐกิจใหม่บนดวงจันทร์ เขาเลือกกระจายความเสี่ยง Supplier โดยลดมูลค่าสัญญาจ้าง Intuitive Machines ผู้ผลิตรถสำรวจบนพื้นผิวดวงจันทร์ (LTV หรือ Lunar Terrain Vehicles) และใช้ผู้ผลิตรถสำรวจบริษัทอื่น ที่ทำราคารถสำรวจได้ถูกกว่าแทน อย่างบริษัทเอกชน Astrolab และ LunarPost แทน แค่ข่าวเดียว ก็ทำให้ หุ้น Intuitive Machines (LUNR) ตกลง 25% ในวันเดียวเท่านั้น !!


lunar intuitive machines decrease 25% in a day from NASA reduce exposure to Lunar Terrain Vehicles

และสำหรับใครที่ชอบวิทยาศาสตร์ สามารถไปดูรายละเอียดเรื่องรถขนส่งบนดวงจันทร์ได้จากด้านล่างนี้เลย ค่อนข้างเปิดโลกมากสำหรับเรา รถขนส่งบนดวงจันทร์ 1 วัน จะจำกัดระยะได้มากสุดไม่เกิน 19 กิโลเมตร เพื่อความปลอดภัยของนักบินอวกาศ



ส่วนถ้าใครไม่อยากเจอกับ ปัญหาความเสี่ยงของหุ้นรายตัว (Single Stock Risk) สามารถเลือกลงทุนในกองทุน ETF สำหรับ Space Theme ได้ ที่นักลงทุนนิยมลงทุนกัน มีสภาพคล่องสูงก็มีตามนี้


รวม ETF หุ้นกลุ่มธุรกิจ อวกาศ 
Space Sector, Space Stock Investing

UFO เน้น กองทุนแบบ Passive ETF ที่เน้นลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอวกาศโดยตรง (Pure-play) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว เช่น Rocket Lab (RKLB), Planet Labs (PL) หรือ ViaSat (VSAT) โดยกองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในบริษัทที่มีรายได้จากธุรกิจอวกาศเป็นหลัก


ARKX เน้น เน้นลงทุนในบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับอวกาศและนวัตกรรมการป้องกันประเทศ (Space & Defense Innovation) เป็นหลัก


ทั้งสองตัวนี้ UFO และ ARKX ยังไม่มีสถานะการลงทุนใน SpaceX

แต่เนื่องด้วย กระแสการลงทุนใน SpaceX กำลังมาแรง

ก่อนมันเข้า IPO มา ถ้าอยากเก็งกำไรกับ Hype นี้ นักลงทุนทั่วไปอย่างพวกเรา

ยังไม่สามารถลงทุนโดยตรง” ในตลาดตอนนี้ได้ มีแต่พวกนักลงทุนสถาบันที่สามารถลงทุนผ่าน Private Sector ได้ด้วยข้อจำกัดทางกฎหมายต่างๆ


อย่างไรก็ตาม พวกเรา สามารถลงทุนใน ETF ที่มี SPV ที่มีสัดส่วนการถือครอง SpaceX ได้แล้ววันนี้ !!


SPV หรือ Special Purpose Vehicles คือ บริษัทตัวกลาง ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อ งานเฉพาะกิจแบบชั่วคราวหรือถาวร ทำหน้าที่แยกทรัพย์สิน หนี้สิน หรือความเสี่ยงออกจากบริษัทแม่ เพื่อให้การทำธุรกรรมบางอย่างทำได้ง่ายขึ้น มีความซับซ้อนกว่าการถือหุ้นปกติ สภาพคล่องต่ำกว่า และอาจมีการประเมินมูลค่าที่ล่าช้ากว่าราคาตลาดจริง


SPV จะไปลงทุนกับหุ้นบริษัท SpaceX โดยตรงในตลาดเอกชน (Private Market) เปรียบเสมือนเป็นตัวกลาง เและบริษัทที่จัดการเงินทุน อย่างบริษัท xx ก็จะไปซื้อบริษัท SPV และออก ETF อ้างอิงกับมูลค่าของ SPV อีกที


ถ้าอยากมีสถานะการลงทุนใน SpaceX ตอนนี้ เพื่อนๆต้องลงทุนใน ETF อย่าง NASA, XOVR, และ DXYZ (Destiny Tech 100) ซึ่งแต่ละ ETF ก็มีสัดส่วนการลงทุนในอุตสาหกรรมอวกาศต่างกันออกไป


NASA มีสัดส่วนการถือครอง SpaceX ผ่าน SPV ประมาณ 9%

DXYZ มีสัดส่วน SpaceX สูงถึง 14.5% และ XOVR มีสัดส่วน SpaceX ที่สูงที่สุด 21%


ข้อควรระวัง

การลงทุนในกองทุนที่มี SpaceX ผ่าน SPV (Special Purpose Vehicle) จะมีความแตกต่างจากการถือหุ้นโดยตรง ทั้งในเรื่องของสภาพคล่อง ค่าธรรมเนียมที่สูงกว่า และการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่อาจล่าช้ากว่าราคาตลาดจริง


แนะนำให้ตรวจสอบสัดส่วนการถือครองล่าสุดจากหน้าเว็บของกองทุนโดยตรงก่อนตัดสินใจลงทุน


แล้วเพื่อนๆคิดว่า Momentum หุ้นกลุ่มอวกาศจะจบลงตรงนี้ไหม


สุดท้ายนี้ ต้องขอแจ้งว่า บทความนี้ ไม่ใช่การแนะนำการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนด้วยตัวเองน้า


แหล่งข้อมูล
https://www.nasa.gov/news-release/nasa-receives-some-data-before-intuitive-machines-ends-lunar-mission/

https://www.businesswire.com/news/home/20260525294436/en/NASA-Selects-Astrolab-to-Provide-Lunar-Rover-for-Artemis-Astronauts-Return-to-the-Moon

Leave a Reply

RELATED CONTENT

Discover more from BEW's FORESIGHT

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading