หลายคนที่ลงทุน Bitcoin น่าจะมีคำถามว่า
เมื่อไร Bitcoin จะกลับเป็นขาขึ้นอีก ซึ่งถ้าเราดู วัฏจักร Halving Cycle ของ Bitcoin ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร มันคือเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 2028 ซึ่งเป็นอีก 2 ปีนับจากวันนี้เลย
แต่ถ้าเราดูจากประวัติศาสตร์ช่วง Halving Cycle รอบที่แล้ว ณ วันที่ 20 เมษายน ปี ค.ศ. 2024 ก่อนถึงเวลานี้ Bitcoin ขึ้นมาจากจุดต่ำสุดที่ราคา ประมาณ $15,000 ต่อ 1 BTC เป็นเวลากว่า 1 ปีกับอีก 5 เดือน
ซึ่งในตอน Halving Cycle รอบที่แล้ว ราคาขึ้นมาแล้วกว่า 400% ไปที่ $64,000 ต่อ 1 BTC แต่หลังจากนั้นก็มีการสะสมอยู่หลายเดือน ก่อนพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ที่ $126,000
แล้วๆ ประวัติศาสตร์ จะซ้ำรอยเดิมหรือไม่ !
ถ้าซ้ำรอยเดิม Bottom ของ Bitcoin รอบ Cycle นี้ อาจจะเกิดประมาณช่วงเดือน ตุลาคมถึงพฤษจิกายน ปี 2026 ปีนี้นั่นเอง
ถ้าเราลองมาดู Momentum ว่า อะไรที่จะสนับสนุนเหตุการณ์ตรงนี้บ้าง
ก็มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจ ก็คือ ARMA Bill
ร่างกฎหมายที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทั้งสองพรรค (Republican และ Democrat) เสนอ มีเป้าหมายร่วมกัน เพื่อยกระดับ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัล ให้กลายเป็น คลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของชาติ (Strategic Reserve) ในระดับรัฐ
จริงๆ ในสหรัฐฯ เคยมีการเสนอ Bitcoin Act ตอนปี ค.ศ. 2024 แต่สภาหมดวาระก่อน ร่างกฎหมาย Bitcoin Act เลยไม่ผ่านการลงมติ และถูกตีตกไปโดยอัตโนมัติ ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด
ARMA Bill หรือ ย่อมาจาก American Reserve Modernization Act
เป็นร่างกฎหมายที่คล้ายกับ Bitcoin Act นำมาปรับใหม่ที่มีความชัดเจน โปร่งใส และรัดกุมกว่า จุดประสงค์ก็เพื่อจัดตั้ง Strategic Bitcoin Reserve หรือ ทุนสำรอง Bitcoin ของรัฐ เช่นกัน
เพิ่มเติมจากเนื้อหาเดิมใน Bitcoin Act รัฐบาลต้องการให้
กฎหมายนี้ยังอยู่ ไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนอำนาจไปยังไงก็ตาม
นี่คือการ เสริมความมั่นคงของประเทศ และแสดงจุดยืนในฐานะ
ที่เป็น Global Hub for Digital Money แหล่งรวมศูนย์กลางโลกสำหรับเงินดิจิตัล
เป็นการเพิ่ม ความแข็งแกร่ง ให้กับ US Dollar อีก
สำหรับรายละเอียด ของ ARMA Bill มีตามนี้
- ซื้อ Bitcoin ในทุกๆปี ปีละ 200,000 BTC
เป็นเวลา 5 ปี จนครบ 1,000,000 BTC
2. กระทรวงการคลัง ไม่สามารถขาย Bitcoin นี้ออกได้เลย
เป็นระยะเวลา Lockup Period ที่ 20 ปี ซึ่งอันนี้สำคัญสำหรับคนที่ Bullish กับ BTC มากๆ เพราะนี่คือการ สูบ Supply ออกจากตลาด Bitcoin เป็นระยะเวลา 20 ปี
แต่ๆ ก็มีข้อแม้ในกรณีที่ต้องการลดหนี้สาธารณะในประเทศอเมริกา
สามารถขายออกในกรณีนี้ได้
3. มีการรายงาน Proof Of Reserve ทุกไตรมาส เพื่อความโปร่งใส
สาธารณชนรับรู้ และไม่สามารถโอนออกไปทางอื่นได้แบบลับๆ
4. ดำเนินการซื้อ 1,000,000 BTC แบบ Budget Neutral Way คือไม่ก่อหนี้เพิ่มเพื่อซื้อ Bitcoin หรือไม่เก็บผลักภาระภาษีให้กับประชาชนเลย
แล้วรัฐบาลสหรัฐ จะใช้เงินจากไหนเพื่อซื้อ Bitcoin เก็บเข้ามาในคลังล่ะ
มีนักวิเคราะห์หลายท่าน วิเคราะห์ว่า …
สหรัฐฯ อาจทำการประเมินมูลค่าสำรองทองคำใหม่
ที่ราคาถูกตรึงไว้ที่ $42.44/oz ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1973
และนำมาซื้อ Bitcoin 1,000,000 BTC
ถ้าเราลองคำนวณเล่นๆ ตอนนี้หนี้สหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 39$ ล้านล้านดอลลาร์

แต่ถ้าซื้อ BTC ราคาตอนนี้ที่ $74,000
รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการเงิน $0.074 ล้านล้านดอลลาร์
แล้วถ้าทองคำถูกประเมินมูลค่าใหม่ตามราคาตลาด
เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการดำเนินนโยบายนี้
ปัจจุบันราคาทองคำ อยู่ที่ 4540$/oz
และสหรัฐฯ มีทองคำ 8133 ตัน หรือ 261.5 ล้าน oz
มูลค่าของสินทรัพย์ จะเพิ่มเป็น 1.187 Trillion oz (ล้านล้าน oz)
ด้วยตัวเลขนี้ การซื้อ Bitcoin ที่มูลค่าประมาณ
0.074 $ ล้านล้านดอลลาร์ ก็มีเงินเหลือเฟือ
และสมเหตุสมผล
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นแค่มุมมอง แนวคิดจากนักวิเคราะห์กลุ่มหนึ่ง
สิ่งสำคัญคือเรารู้ว่า Bitcoin มีแนวโน้ม Momentum เชิงบวกเข้ามา
เร็วสุดใน ไตรมาสที่ 4 ปี 2026 ถ้านโยบายผ่านอย่างรวดเร็วตามกระบวนการ หรืออาจช้าไปถึง ต้นปีหรือปลายปี 2027 เลย





Leave a Reply