เพื่อนๆเคยไหม ที่วันหนึ่งตื่นมา แล้วรู้สึกกับตัวเองว่า ฉันอยาก “พัฒนาตัวเอง” ให้ดีขึ้นแล้วนะ มันเป็นสิ่งที่หลายๆคนคิด หลังจากเจอปัญหาอะไรที่จมกับชีวิต ปัญหาที่ไม่มีทางออก แล้วพอหมดช่วงที่ จิตใจดิ่งแล้วพอมีสติขึ้นมา เราจะคิดได้ หรือแม้กระทั่ง เพื่อนๆอาจเป็นคนที่ อยากเป็น Best Version of Myself อยู่แล้ว


วันนี้เราจะมาแชร์ การเดินทางของเรา วิธีพัฒนาตัวเอง ทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างเรียนรู้ ทำไมมันไม่ได้ผล หรือบางครั้งได้ผลชั่วคราว พร้อมวิธีจัดการตัวเอง เพื่อนำไปสู่ Mindset ที่ฝังเรื่องวิธีการพัฒนาตัวเองจริงๆ


ถ้าเราลอง Seach ในหลาย Social Media เราก็จะเห็นมันเป็น Keyword ติดอันดับต้นๆ #พัฒนาตัวเอง แต่ “วิธีพัฒนาตัวเอง” แบบไหน ที่เหมาะกับตัวตนของเราละ ต้องขอบอกก่อนว่า วิธี 108 อย่าง ใน Google Tiktok ChatGPT ก็ไม่เท่ากับ รู้ก่อนว่า คุณค่าของตัวเอง งานของตัวเองที่อยากทำจริงๆ คืออะไร เพื่อหาวิธีพัฒนาตัวเองที่เหมาะสม


สมมติ คุณมีงานเป็น Sales และหลงใหลกับงานนี้มาก วิธีการพัฒนาตัวเองของคุณ อาจเป็น การออกไปหา Connection ตามกลุ่มสังคมต่างๆที่เกี่ยวกับธุรกิจ


สำหรับ อาชีพนักลงทุน หรือ Trader การพัฒนาตัวเอง มันคือการ อ่านหนังสือ เก็บประสบการณ์เรียนรู้ เพื่อพัฒนาในสายงานของตัวเอง


ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดหรือแย่ที่สุด มีแค่วิธีที่เหมาะกับเราที่สุด


สำหรับเรา วิธีพัฒนาตัวเอง มีหลายแบบมาก และตั้งแต่เด็กตอนอยู่มัธยม เราจะเริ่มที่การอ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง หนังสือเกี่ยวกับการลงทุน ธุรกิจ จิตวิทยา เศรษฐกิจ


มีแนวคิด คำกล่าวว่า การที่คนมีชื่อเสียงจะขึ้นมาถึงระดับดัง นักธุรกิจระดับโลก อ่านหนังสือเฉลี่ย เดือนละ 3-5 เล่มทุกเดือน ถึงแม้ว่า มันเป็นแค่หนึ่งปัจจัย ที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด


คุณเคยไหม อ่านจบ แล้วไม่ได้หยิบหนังสือกลับมาอ่านใหม่ สิ่งที่เรียนรู้หลังอ่านจบตอนแรก มันอยู่กับคุณได้ชั่วคราว อาจจะจำได้แค่ประเด็นสำคัญไม่กี่อย่าง แล้วอ่านให้ตายยังไง ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เลียนแบบการกระทำที่คนประสบความสำเร็จในโลกทำแทบทุกอย่าง แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จได้เศษเสี้ยวของเขาเลย


ที่คุณยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะ คุณไป “เลียนแบบ” ตัวตนเขามากเกินไป จนลืมเข้าใจว่า เส้นทางความสำเร็จ ของ “ตัวตน” คุณ ไม่เหมือนกับเขา


หนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้คุณ รู้จัก ตัวตนจริงๆ ก็คือ การทำสมาธิ มีหลายแบบมาก ตามศาสตร์ตะวันตก ส่วนใหญ่จะใช้วิธีที่เรียกว่า Guided Meditation คือมี เสียงผู้สอนช่วยกำกับตอนเรานั่งสมาธิ การทำ “สมาธิ” จะทำให้คุณรู้จักตัวตนของคุณจริงๆ และกำหนดทิศทางการใช้ชีวิตได้อย่างอัศจรรย์


ถึงแม้ว่า Guided Meditation จะดี แต่สำหรับบางคน อาจจะรู้สึกว่า พลังงานผู้สอนไม่เหมาะสมกับเรา ฟังแล้วรู้สึก “ไม่สบาย” “อึดอัด” คุณก็ต้องไป นั่งสมาธิแบบอื่น หรือเดินสมาธิ Walking Meditation ในบ้านเรา เขาเรียก “เดินจงกรม”


สำหรับบางคน ไม่ชินกับความเงียบ ก็เปิดเพลงใช้คลื่นเสียงบำบัดจิตใจ โดย 9 ความถี่ที่คนนิยมมากที่สุด มีตั้งแต่ 174 / 285 / 396 / 417 / 528 / 639 / 741 / 852 / 963 Hz ซึ่งคลื่นความถี่ที่ต่างกัน มีความเชื่อว่าจะส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจเราที่ต่างกันด้วย เพื่อนๆลองดูตามรูปด้านล่างนี้เลย



ตัวอย่าง การทำสมาธิ ที่พูดมาทั้งหมดข้างต้น เป็นแค่ให้เพื่อนๆ รู้จักตัวเอง แต่มันจะดีกว่านี้ ถ้าเราจดบันทึก Version ของตัวเองที่เราอยากเป็นด้วย


Framework ที่เราจะมาแนะนำ ก็คือ 3MIQ ของ Vishen Lakhiani ผู้ก่อตั้ง Mindvalley เป็น Web Application ที่เราชอบมากๆ แบบไม่อวย Vishen เป็นคนมาเลเซีย เคยเป็นวิศวกร แล้วลาออกมาทำงานจิตอาสา จนสุดท้ายเขาค้นพบตัวเอง และพาผู้คนทั่วโลกค้นพบ Passion ของตัวเอง


3MIQ คือ 3 Most Important Questions เพื่อรู้จักตัวเองมากขึ้น สามารถลองใช้ Mindvalley ฟรีเดือนหนึ่งก่อนก็ได้ พอมันได้ประโยชน์จริง เราค่อยสมัครรายปี ตอนเรากด Code ส่วนลด เสียเงินประมาณไม่เกิน 3,000 บาทแล้วได้ Membership ทั้งปี ไล่ดูหลายอย่างที่น่าสนใจไปโล้ดด


3MIQ เริ่มจากให้เราเขียน 3 หัวข้อในกระดาษว่างๆเปล่าๆ เสร็จแล้วให้เราแปะตรงที่ว่างในห้อง หน้าโต๊ะทำงาน หรือที่ไหนที่เราเห็นบ่อยๆ เพื่อเป็นการระลึกตัวเองว่า สิ่งที่ฉันทำตอนนี้ มันสอดคล้องกับ คุณค่าจริงๆของฉันไหม

  • Experiences ประสบการณ์ที่เราอยากเป็นในอนาคต ภาพนั้นคืออะไร ประสบการณ์ทางแสง สี รสชาติ บรรยากาศ แวดล้อม ผู้คน
  • Growth เราอยากเติบโตในทางไหน ต้องมี skill อะไร ต้องทำอะไรบ้าง
  • Contribution เราอยากตอบแทน หรือมีส่วนช่วย ในสังคมไหน กลุ่มไหน ยังไงบ้าง

สิ่งนี้เปิดโลกแอ๊ดจริงๆ แอ๊ดว่ามันได้มากกว่า การอ่านหนังสือพัฒนาตัวเองที่รีวิวใน Amazon ดีๆอีกนะ แต่ก็แล้วแต่มุมมองคนเลย


นอกจากนี้ในเว็บ Mindvalley แอ๊ดยังได้เรียนรู้ Feng Shui For Life จากการที่คิดว่า ต้องเรียนรู้ผ่านหมอดู โหรดัง เรียนวิชาเฉพาะ มันต้องยาก ปฏิทิน 100 ปี เลยค้นพบว่า มันไม่ใช่เลย มันสามารถเริ่มง่ายๆ และทำเองที่บ้านได้เลย แอ๊ดเริ่มจัดห้องใหม่ ทำความสะอาด เพราะเข้าใจว่าพลังงานมันไหลยังไง มันดีขึ้น


ผู้สอนแต่ละคนใน Mindvalley ยังเป็นผู้ผ่านสนามรบจริง และมีชื่อเสียงมาแล้ว Ken Honda ผู้เขียน Happy Money หนังสือดังที่เมื่อก่อนตามร้านหนังสือก็ติดอันดับ 1 ขายดี ได้เรียนรู้ ความมั่งคั่งที่แท้จริง เงินที่มีความสุข หาคุณค่าในตัวเองอย่าง The Value Factor แล้วที่เรารู้สึกคือ .. UX UI Interactive ดีมาก ทำให้เรารู้สึก Engaging จนอยากนั่งเรียนหลายๆคอร์ส


จริงๆ เราก็เคยสมัครเรียน Coding เป็นรายเดือน เรียน Coursera Udemy หลายวิชา แต่ Web พวกนี้ เน้นสอนเป็นเชิงวิชาการ แต่ Mindvalley สอนในแนวปฏิบัติ และเบาสมองกว่า การเรียนวิชาการตาม Web ที่ขายคอร์สเยอะมาก


มันเหมือนเราต้องรู้ตัวเองก่อน แก้ปม ปัญหา Pain Point Trauma ตัวเอง เพื่อ “สร้างตัวเอง Version ใหม่ ที่ชัดเจน” ก่อนไปหาวิธีเรียนรู้เทคนิค วิธีการ ที่หาได้แพร่หลายมากมาย และไม่แพงมากแล้วเดี๋ยวนี้ตาม Online courses ไม่งั้นเราจะเสียเวลากับการเรียนรู้ไปเรื่อยๆแบบไม่มีทิศทางมาก



จะเห็นว่า Mindvalley มี Program พัฒนาตัวเองหลายอย่างมาก จิตใจ ร่างกาย จิตวิญญาณ การงาน ธุรกิจ และความสัมพันธ์ ส่วนเราเองก็ชอบ Category ที่เป็น Mind, Body และ Soul เป็นจุดแข็งของ Web Application นี้เลย เพราะ Category อย่าง Career, Entrepreneurship เพื่อนๆสามารถหาฟังได้ตาม Youtube หรือเรียนรู้ได้ทั่วๆไป


Mindvalley มีแหล่งรวม Clip ทำสมาธิ หลายผู้สอน หลายแบบ พร้อม Interactive Features ให้เราปรับเลือก “คลื่นเสียง” ตอนผู้สอน Guide เราได้ด้วย


หลังจากนั้น พอเราเรียนรู้เยอะ เราก็จะกลับมา ปรับ วิธีการพัฒนาตัวเองรายวัน ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด


หลายครั้ง ตอนเราตื่นเช้ามา ห้ามจับมือถือสื่อสารเลย เพราะมันจะทำให้เราติดกับ Social ทั้งวัน จนทำงานไม่มีประสิทธิภาพ เสร็จแล้ว ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ อย่าพึ่งกินกาแฟ ชา หรือ Matcha



ต่อมา … เราก็จะเขียน Journal ลงบนกระดาษเปล่าๆ 30 นาที

และไปนั่งสมาธิ ในห้องพระ อย่างน้อย 15 นาที

สิ่งที่ทำมาตอนเช้าทั้งหมดนี้ เพื่อเตรียมการ “สมอง” ของเรา ให้อยู่ในโหมดที่มีประสิทธิภาพทั้งวัน


และที่สำคัญ “ความสม่ำเสมอ” ของการกระทำที่เรากล่าวข้างต้น มันเป็นการเปลี่ยน “นิสัย” เพราะเราจะคาดหวังให้สำเร็จ ด้วยทำ นิสัย เดิม ที่เรามีอยู่ไม่ได้ เราต้อง Transform Yourself เพิ่มความมั่นใจ ภูมิใจในตัวเอง และสร้าง Best Version of Myself ใหม่ ในทุกๆวัน

ใส่ความเห็น

RELATED CONTENT